เราไปช่วงหน้าเกือบหายหนาวที่เกาหลีแต่สำหรับคนไทยแล้วแบบนี้บ้านเราก็ไม่มีนะ
ถ้าจะมีก็บนยอดดอย
อันดับแรกก็ต้องเตรียมอุปกรณ์กันหนาว แต่ไม่ต้องใส่หนามากกก็ได้
บางวันอุณหภูมิสูงถึงสิบห้าสิบหกองศา
เดี๋ยวจะร้อนไปอึดอัดด้วย ความจริงแค่ heattech ก็เอาอยู่
ถุงมือก็แทบไม่ได้ใช้นะ หรือเพราะเราชอบอากาศหนาวก็ไม่รู้นะ
เพื่อนที่ไปด้วยขี้หนาว จะใช้ถุงมือช่วงเช้าๆเพราะอุณภูมิยังต่ำอยู่ ควรมีถุงเท้า รองเท้าก็ผ้าใบสะดวกในการเดินดี เพราะจากที่เพลนไว้ทริปนี้คือเราเน้นเดินจริงๆ
ต่อไปเรื่องเงินนนนนนน ไปแลกเงินวอนกัน ตอนแรกวางแผนไว้ว่าจะแลกที่superrich ไปที่สาขาพารากอนแต่หาไม่เจอ5555+เลยไปแลกที่ร้านเพชร
เพราะเห็นหน้าร้านมีจอสกุลเงินเคิดว่าคงแลกได้ และก่อนแลกเราก็เช็คจากโซเชียลนะว่าเรตร้านนี้ก็ใช้ได้อยู่ จัดการแลกเลย แต่พอดีเงินวอนเหลือแค่สี่แสนเลยแลกได้นิดเดียว ก็ต้องค้นหาที่แลกเงินต่อไป และในที่สุดเราก็หาsuperrichเจอซะที อยู่ชั้น3 ฝั่ง north (ถ้าจำไม่ผิดนะ55) ปรากฏว่าแลกที่นี่ได้เรตดีกว่าเยอะเหมือนกันนะถ้าแลกเยอะก็ต่างกันหลายบาทอยู่ ดีนะที่แลกไปแค่นิดเดียว เรียบร้อยเรื่องเงิน สุดท้ายก่อนกลับบ้านเจอsuperrichสีส้มที่BTSสยาม เรตแพงมากกกกก
ดีนะไม่แลกที่นี่ตั้งแต่แรก สีเขียวเรตดีกว่าเยอะเลย
![]() |
| ร้านเพชร |
![]() |
| Superrich |
ทีนี้ก็จัดกระเป๋าเตรียมบิน
ของใช้ก็เอาไปเท่าที่จำเป็นก็น่าจะพอ
บางอย่างไปซื้อที่เกาหลีก็ได้นะไหนๆก็ไปประเทศเค้าแล้วลองใช้ของบ้านเค้าดูก็ดีเหมือนกันนะ
แต่ถ้าเป็นทริปประหยัดงบก็คงต้องเตรียมของใช้ไปจากไทยดีกว่า
เพราะของที่นู้นก็ค่อนข้างแพงกว่าบ้านเราเยอะอยู่
วางแผนการเดินทางว่าวันไหนจะไปไหนบ้าง ปกติเป็นคนทำอะไรไม่ค่อยชอบวางแผนนะ
แต่นี่เป็นการไปต่างประเทศไกลๆครั้งแรก แถมไปแบบไม่ค่อยรู้เรื่องรู้ราว
เลยวางแผนซักหน่อยละกันอย่างน้อยก็เพลนว่าวันไหนจะไปไหนบ้าง ไปด้วยวิธีไหน เพราะถ้าไม่วางแผนเลยจะทำให้เราเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์
แต่ถ้าไปหลายวันก็ชิลๆไม่ต้องวางอะไรมาก
ไปคิดที่เกาหลีเลยก็ได้(คิดวันต่อวัน) แต่พอดีเราไปแค่ไม่กี่วัน
นี่ขนาดวางแผนนะยังเสียเวลาไปเยอะมากส่วนใหญ่จะเสียไปกับการช๊อปปิ้ง
ทำให้ไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้หลายอย่างเหมือนกัน
อีกอย่างเราพลาดตรงที่ถ้ามีเวลาไม่เยอะควรจะหาที่พักแถวย่านช๊อปปิ้งน่าจะดีกว่า
วันเดินทางของเราคือ 2 มีนาคม 2559 เครื่องออก 8.15 น. เนื่องจากเราทำงานอยู่ต่างจังหวัดถ้าออกเช้าวันเดินทางเลยก็น่าจะไม่ทัน เลยไปนอนค้างคืนที่กทม. ก็หาหอพักใกล้ๆแถวดอนเมือง ได้พักที่ภินันท์ชัยแมนชั่น คืนละ500บาท ห้องก็ใช้ได้นะ
![]() |
| ภินันท์ชัยแมนชั่น |
ตอนเช้าออกจากแมนชั่นประมาณหกโมงก็ทันนะ เพราะเราเช็คอินผ่านเนตไว้แล้ว พอไปถึงก็โหลดกระเป๋าและรับ Boarding Pass ได้เลยไม่ต้องต่อแถวรอเชคอิน ไปกัน 2 คน ซื้อน้ำหนักไว้ 30 กิโล ความจริงตอนแรกซื้อไว้แค่ 20 กิโล แต่โดนเพื่อนไซโคว่าจะไม่พอเลยซื้อเพิ่มอีก 10 กิโล ปรากฏว่า 2 คนรวมกันหนัก 18 กิโล!!!!!!เจ็บใจมาก เสียดายตังค์สุดๆ
จากนั้นก็เข้าไปส่วนขาออกต่างประเทศ ไปหาซื้อของฝากให้โฮสต์เจ้าของ Guest House (อยากให้) ตกลงกับเพื่อนไว้ว่าเราต้องหาอะไรที่เป็นไทยๆ ได้ลูกอมโบตันกับพิมเสนน้ำมาจาก 711 เลยจะหาถุงผ้าไทยๆใส่ ได้ถุงที่ร้านนารายา พอดี ภารกิจของฝากเสร็จก็ไปดูเครื่องสำอางค์ที่Dutry Free ศึกษาราคาไว้เทียบกับที่เกาหลี เพราะคิดว่าไปถึงเกาหลียังไงก็ต้องซื้อเครื่องสำอางค์ (ซื้อฝากชาวบ้าน) สำรวจเสร็จก็ไปนั่งรอที่เกจ (จำเลขเกจไม่ได้แล้ว)
ระหว่างนั่งรอคนไทยกับคนเกาหลีครึ่งๆเลยล่ะค่ะ มีกรุ๊ปทัวน์ด้วยแหละ ไม่ต้องกลัวจะเงียบเหงา พอได้เวลาก็เดินขึ้นเครื่องกัน ต้องนั่งแยกกับเพื่อนด้วยเพราะเลือกตั๋วแบบไม่เลือกที่นั่ง อาหารก็ไม่เอา(ประหยัดสุดๆ) แต่คนไทยเต็มไปหมดคนข้างๆก็คนไทย เค้าไปเที่ยวกับทัวน์กันคุยไปคุยมากลับวันเดี่ยวกันด้วยสงสัยขากลับคงเจอกันแน่ๆ รู้สึกนั่งนานมากกกกว่าจะถึงหลับแล้วหลับอีก หิวมากด้วยแต่อดทนไว้ก่อน ไม่อยากเสียตังค์ซื้อข้าวกินบนเครื่องแพงงงงงงงงงงง พอใกล้ถึงเค้าก็จะเตือนให้เราเขียนเอกสารขาเข้าประเทศเกาหลีใต้ เขียนให้เรียบร้อย แอบตื่นเต้นกับตม.เกาหลีเหมือนกันนะเนี่ย แต่คิดว่าคงไม่น่าโดนอะไรนะ ความจริงน่าจะต้องเตรียมซองใส่เอกสารเล็กๆไว้เก็บพาสปอร์ต boarding pass และปากกาเอาไว้เขียน มันสะดวกเวลาจะหยิบจับ ไม่ต้องกลัวว่าพออยู่บนเครื่องแล้วจะฟังที่แอร์พูดไม่รู้เรื่อง(เนื่องจากภาษาของฉันก็ห่วย) เพราะแอร์พูดไทยค่ะ ก่อนเครื่องจะลงจอดแอร์ก็ประกาศอุณหภูมิภาคพื้น 2องศา เย่ๆๆๆๆๆจะได้สัมผัสความเย็น
เครื่องจอดเสร็จก็ต้องไปผ่านตม.ก่อน เตรียมเอกสารที่เป็นหลักฐานว่าเรามาทำอะไร จะไปไหน เผื่อเค้าถาม เราก็เตรียมเอกสารที่อยู่ที่จะเข้าพัก เนื่องจากเรานอนกัน 2 ที่ เลยแบ่งกับเพื่อนคนละใบ ให้เพื่อนใช้ใบที่พักในกรุงโซล ส่วนเราใช้ที่พักที่จังหวัดจอนจู เกิดเรื่องจนได้ เหมือนตม.จะสงสัยว่าจะไปจอนจูทำไม ก็บอกว่าไปเที่ยว และเหมือนเค้าจะไม่เชื่อเรา เค้าไม่ให้ผ่านไปจร้าาาา รอคุยกับล่าม เนื่องจากภาษาอังกฤษก็ไม่ได้แข็งแรงนักเค้าเลยให้คุยกับล่าม กว่าจะคุยเสร็จ 1 ชั่วโมง ตอนนั้นเสียวมากกลัวจะไม่ได้เข้าประเทศอุตส่าห์เตรียมมาเที่ยวทั้งทีคงไม่ล่มตั้งแต่สนามบินนะ ในใจก็สงสัยนะทำไมเพื่อนเราไม่โดนอะไรเลยคุยกับตม.ประมาณ 2 นาทีก็ให้ผ่าน ในใจแอบเซ็งเหมือนกันนะเสียเวลามากกกกก แต่ก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ไม่ใช่ว่าทุกคนจะได้เจอเลยรู้สึกดีขึ้นมาทันที่555 พอเค้าปล่อยตัวก็รีบไปเม้ามอยกับเพื่อนทันที และไปเอากระเป๋ากัน ปรากฏกระเป๋าไม่อยู่แล้วอาจจะเพราะมันผ่านมาเป็นชั่วโมงแล้วเพื่อนก็ยืนรอเราไม่ได้ไปหยิบกระเป๋าก่อน เลยไปตามหาที่ประชาสัมพันธ์จนได้ จากนั้นก็นั่งรถไฟใต้ดินออกจากเกจ เพื่อไปส่วนกลางของสนามบิน เนื่องจากเกจของสายการบินส่วนใหญ่มันไกลจากส่วนกลางของสนามบิน ยังไงก็เผื่อเวลาด้วยละกัน ตอนนี้เราเสียเวลาไปเยอะและ
พอมาถึงก็ไปเช่าpocket wifi ทันที ตอนนี้ไม่มีเวลาจะเลือกที่ราคาถูกๆแล้ว เพราะรีบ เจออันไหนก็เอาหมด เดี๋ยวจะตกรถเพราะตามเพลนเราต้องไปจอนจูก่อนด้วยรถAirport limousine bus เช่าของLG+ ได้มาในราคา 44000 วอน5 วัน หารกับเพื่อนก็ตกคนละ600กว่าบาท จากนั้นเราก็รีบวิ่งไปหารถบัสกันจากแผนที่ๆเคยหาไว้จากอินเทอร์เนต ซึ่งหาไม่ยากเลย จากนั้นก็ไปซื้อตั๋วรถกัน ราคา 31000 วอน แพงเอาการอยู่ แต่ไม่มีทางเลือกมันไปได้วิธีเดียว ณ เวลานี้มันเกือบจะหกโมงเย็นแล้ว
รอรถประมาณ10 นาที ก็ขนของไว้ใต้ท้องรถ บนรถกว้างขวางดี แอบเกร็งๆมีแต่คนเกาหลีที่ลักษณะเหมือนจะกลับบ้านที่ต่างจัหวัด ดูไม่เหมือนนักท่องเที่ยว ณ ตอนนั้นอยากพูดภาษาเกาหลีได้เลยล่ะ ถ้ามาคนเดียวต้องแย่แน่ๆ ตอนนี้หิวมากยังไม่ได้กินไรเลยตั้งแต่อยู่บนเครื่อง ที่สนามบินก็ไม่มีเวลาซื้อ ยุ่งวุ่นวายมาก ผิดแผนไปหมด ในใจก็คิดว่าแล้วจะไปลงตรงไหนของจอนจูวะ อาจจะสงสัยกันว่าทำไมเราถึงเลือกไปที่เมืองนี้ เนื่องจากเราและเพื่อนอยากไปเที่ยวต่างจังหวัดด้วยก็เลยรีวิวต่างจังหวัดในเกาหลี ซึ่งก็มีคนมารีวิวจังหวัดนี้ได้ค่อนข้างละเอียด ต้องขอบคุณเจ้าของกระทู้นั้น ถ้าไม่ได้กระทู้นั้นต้องแย่แน่ๆ และมันก็ตรงกับความต้องการของเราเพราะจอนจูเป็นจังหวัดที่เป็นกึ่งกลางสามารถต่อรถไปได้หลายที่ อารมณ์ถ้าเทียบกับไทยก็น่าจะคล้ายๆโคราชนะ และเมืองนี้ก็เป็นเมืองที่มีเสน่ห์มากๆ และ สัมผัสได้ถึงเกาหลีดั้งเดิมจริงๆ บอกเลยชอบมากกกกกกกกกก รู้สึกดีใจและคิดไม่ผิดเลยที่มาที่นี่.... เดี๋ยวมารีวิวต่อนะ รอติดตามดูการท่องเที่ยวที่เหมือนการผจญภัยมากกว่า555+ ถ้าว่างๆจะมาเขียนต่อนะคะ
ระหว่างนั่งรอคนไทยกับคนเกาหลีครึ่งๆเลยล่ะค่ะ มีกรุ๊ปทัวน์ด้วยแหละ ไม่ต้องกลัวจะเงียบเหงา พอได้เวลาก็เดินขึ้นเครื่องกัน ต้องนั่งแยกกับเพื่อนด้วยเพราะเลือกตั๋วแบบไม่เลือกที่นั่ง อาหารก็ไม่เอา(ประหยัดสุดๆ) แต่คนไทยเต็มไปหมดคนข้างๆก็คนไทย เค้าไปเที่ยวกับทัวน์กันคุยไปคุยมากลับวันเดี่ยวกันด้วยสงสัยขากลับคงเจอกันแน่ๆ รู้สึกนั่งนานมากกกกว่าจะถึงหลับแล้วหลับอีก หิวมากด้วยแต่อดทนไว้ก่อน ไม่อยากเสียตังค์ซื้อข้าวกินบนเครื่องแพงงงงงงงงงงง พอใกล้ถึงเค้าก็จะเตือนให้เราเขียนเอกสารขาเข้าประเทศเกาหลีใต้ เขียนให้เรียบร้อย แอบตื่นเต้นกับตม.เกาหลีเหมือนกันนะเนี่ย แต่คิดว่าคงไม่น่าโดนอะไรนะ ความจริงน่าจะต้องเตรียมซองใส่เอกสารเล็กๆไว้เก็บพาสปอร์ต boarding pass และปากกาเอาไว้เขียน มันสะดวกเวลาจะหยิบจับ ไม่ต้องกลัวว่าพออยู่บนเครื่องแล้วจะฟังที่แอร์พูดไม่รู้เรื่อง(เนื่องจากภาษาของฉันก็ห่วย) เพราะแอร์พูดไทยค่ะ ก่อนเครื่องจะลงจอดแอร์ก็ประกาศอุณหภูมิภาคพื้น 2องศา เย่ๆๆๆๆๆจะได้สัมผัสความเย็น
เครื่องจอดเสร็จก็ต้องไปผ่านตม.ก่อน เตรียมเอกสารที่เป็นหลักฐานว่าเรามาทำอะไร จะไปไหน เผื่อเค้าถาม เราก็เตรียมเอกสารที่อยู่ที่จะเข้าพัก เนื่องจากเรานอนกัน 2 ที่ เลยแบ่งกับเพื่อนคนละใบ ให้เพื่อนใช้ใบที่พักในกรุงโซล ส่วนเราใช้ที่พักที่จังหวัดจอนจู เกิดเรื่องจนได้ เหมือนตม.จะสงสัยว่าจะไปจอนจูทำไม ก็บอกว่าไปเที่ยว และเหมือนเค้าจะไม่เชื่อเรา เค้าไม่ให้ผ่านไปจร้าาาา รอคุยกับล่าม เนื่องจากภาษาอังกฤษก็ไม่ได้แข็งแรงนักเค้าเลยให้คุยกับล่าม กว่าจะคุยเสร็จ 1 ชั่วโมง ตอนนั้นเสียวมากกลัวจะไม่ได้เข้าประเทศอุตส่าห์เตรียมมาเที่ยวทั้งทีคงไม่ล่มตั้งแต่สนามบินนะ ในใจก็สงสัยนะทำไมเพื่อนเราไม่โดนอะไรเลยคุยกับตม.ประมาณ 2 นาทีก็ให้ผ่าน ในใจแอบเซ็งเหมือนกันนะเสียเวลามากกกกก แต่ก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ไม่ใช่ว่าทุกคนจะได้เจอเลยรู้สึกดีขึ้นมาทันที่555 พอเค้าปล่อยตัวก็รีบไปเม้ามอยกับเพื่อนทันที และไปเอากระเป๋ากัน ปรากฏกระเป๋าไม่อยู่แล้วอาจจะเพราะมันผ่านมาเป็นชั่วโมงแล้วเพื่อนก็ยืนรอเราไม่ได้ไปหยิบกระเป๋าก่อน เลยไปตามหาที่ประชาสัมพันธ์จนได้ จากนั้นก็นั่งรถไฟใต้ดินออกจากเกจ เพื่อไปส่วนกลางของสนามบิน เนื่องจากเกจของสายการบินส่วนใหญ่มันไกลจากส่วนกลางของสนามบิน ยังไงก็เผื่อเวลาด้วยละกัน ตอนนี้เราเสียเวลาไปเยอะและ
พอมาถึงก็ไปเช่าpocket wifi ทันที ตอนนี้ไม่มีเวลาจะเลือกที่ราคาถูกๆแล้ว เพราะรีบ เจออันไหนก็เอาหมด เดี๋ยวจะตกรถเพราะตามเพลนเราต้องไปจอนจูก่อนด้วยรถAirport limousine bus เช่าของLG+ ได้มาในราคา 44000 วอน5 วัน หารกับเพื่อนก็ตกคนละ600กว่าบาท จากนั้นเราก็รีบวิ่งไปหารถบัสกันจากแผนที่ๆเคยหาไว้จากอินเทอร์เนต ซึ่งหาไม่ยากเลย จากนั้นก็ไปซื้อตั๋วรถกัน ราคา 31000 วอน แพงเอาการอยู่ แต่ไม่มีทางเลือกมันไปได้วิธีเดียว ณ เวลานี้มันเกือบจะหกโมงเย็นแล้ว
![]() |
| ลานจอดรถไปจอนจู |
![]() |
| ตั๋วรถ |




